ธรรมะ พระจันทร์ยิ้ม

เขียนเมื่อ : วันศุกร์ ที่ 9 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 | อ่านแล้ว : 947 ครั้ง

ความเบื่อโลก 2 ชนิด


ความเบื่อโลกที่เราพูดๆ กันนั้นมีอยู่สองแบบ

1. เบื่อโลกเพราะอำนาจกิเลส(เบื่อแล้วรู้สึกหดหู่) ลักษณะคือ จะเบื่อเมื่อการงานไม่ดี เบื่อเมื่อทะเลาะเบาะแวงกับผู้อื่น เบื่อเมื่อเจ็บป่วย เบื่อเมื่อผิดหวังในความรัก เบื่อเมื่อเสียเงิน หรือเบื่อในเวลาที่รู้สึกไม่ได้อย่างใจ แต่เมื่อเจอสิ่งที่รู้สึกพอใจเมื่อไหร่ใจก็จะฟูขึ้นมาอีก เมื่อเจอคนที่คิดว่าใช่ เมื่อได้เงินเพิ่ม เมื่อได้กินอาหารอร่อยๆ จากที่เบื่อๆ ความรู้สึกดีก็จะพุ่งสูงขึ้นมาอีก ความเบื่อทำนองนี้ล้วนมีอยู่ในคนทั่วไป ที่จริงไม่ใช่อาการเบื่อโลก แต่เป็นอาการเบื่อชีวิตที่ไม่ได้ดังใจเสียมากกว่า ความเบื่อชนิดนี้ เมื่อเบื่อแล้วก็จะหาทางแก้เบื่อไปเรื่อยๆ เช่นออกไปเที่ยว ฟังเพลง ดูหนัง หาเพื่อนคุยด้วย ทำสิ่งบันเทิงต่างๆ เป็นความเบื่อที่มีผลทำให้จิตใจขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา ยิ่งเบื่อยิ่งพุ่งชนกิเลส ไม่ได้เป็นความเบื่อโลกที่ทำให้เข้าหาธรรมะแต่อย่างใด

2. เบื่อโลกเพราะอำนาจปัญญา(เบื่อแล้วรู้สึกเบิกบาน) ลักษณะคือ จะรู้สึกเห็นโลกไปตามความเป็นจริงว่า สิ่งใดๆ ล้วนไม่มีความแน่นอน ได้มาวันนี้ก็เสียไปวันหน้า ดีใจวันนี้ก็ทุกข์ใจวันหน้า ถูกชื่นชมวันนี้ก็อาจถูกนินทาในวันข้างหน้า เมื่อมีความผูกพันกับสิ่งใด ก็เห็นโทษของการเอาจิตไปผูกกับสิ่งนั้น ความเบื่อในลักษณะนี้เป็นความเบื่อที่เกิดจากปัญญารู้แจ้ง จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ นำความจริงของชีวิตมาพิจารณาบ่อยๆ หรือเกิดจากการทำวิปัสสนาบ่อยๆ จนเกิดนิพพิทาญาณ ซึ่งเป็นญาณที่ทำให้มนุษย์เห็นโทษภัยของการเวียนว่ายตายเกิด เมื่อมนุษย์ผู้หนึ่ง เกิดความเบื่อหน่ายในระดับปัญญาแล้ว อารมณ์ต่างๆ ของบุคคลนั้น จะไม่ขึ้นสูงสุด ไม่ลงต่ำสุด แต่จะมั่นคงอยู่ในความเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายในสิ่งต่างๆ พระพุทธเจ้าเรียกว่า เป็นผู้มีจิตตื่นจากโลก ความเบื่อโลกด้วยปัญญานี้ นำมาซึ่งความสนใจทางธรรม ทำให้บุคคลผู้นั้นมีกำลังใจในการปฏิบัติภาวนามากขึ้น ทำให้มีโอกาสยุติภพชาติได้ในภายหน้า