ธรรมะ พระจันทร์ยิ้ม

เขียนเมื่อ : วันพุธ ที่ 31 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560 | อ่านแล้ว : 988 ครั้ง

พลังศักดิ์สิทธิ์จากพระพุทธรูป


ในกรณีของพระพุทธรูป จะศักดิ์สิทธิ์มากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครปั้น แต่ขึ้นอยู่กับใครเป็นผู้ถือครองหรือผู้มีสิทธิ์ครอบครอง หากผู้ถือครองเป็นผู้มีศีลสัตย์ มีธรรมสูง พระพุทธรูปนั้นก็จะศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยเพราะกระแสจิตของท่านผู้นั้น สามารถเชื่อมพลังพระรัตนตรัย ทำหน้าที่เป็นสะพานโยงนำเอาพลังศักดิ์สิทธิ์มาสู่พระพุทธรูปได้ทวีคูณยิ่งขึ้น และทำให้มีเทวดามาอารักขาพระพุทธรูปนั้นมาก ต่างจากผู้ถือครองที่ไม่มีศีลมีสัตย์ ขาดพลังธรรม แม้จะปั้นพระพุทธรูปใหญ่ แต่กระแสธรรมหาได้สถิตอยู่ในรูปเคารพนั้นไม่เพราะจิตของคนผู้นั้นไม่บริสุทธิ์ เชื่อมพลังธรรมไม่ได้ เช่น บางคนอาจปั้นพระพุทธรูปใหญ่โต ไว้เพื่อหาลาภยศสรรเสริญ เมื่อจิตหมองหนักเช่นนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ปกคลุมลงมา มีอยู่กรณีนึง ที่เป็นเสมือนการคิดเทียบบารมีพระพุทธเจ้า เช่น ที่ถ้ำหลงหมินที่เมืองจีน มีรูปปั้นพระพุทธรูปใหญ่โตมาก แต่ไม่มีกระแสศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธรูปนั้นเลย เพราะคนปั้นไม่เคยเห็นว่าพระพุทธเจ้า มีพระพักตร์อย่างไร ก็เลยไปเอารูปหน้าของพระนางบูเช็กเทียน ผู้ครองอำนาจในยุคนั้นมาเป็นแบบพระพักตร์แทน การที่พระนางไม่ห้ามก็ไม่ต่างอะไรกับการคิดเทียบบารมี ทำให้พระพุทธรูปอันสูงใหญ่ไม่มีเทวดามาปกปักรักษา เพราะที่มานั้นไม่บริสุทธิ์

เขียนเล่ามานี่ก็เพราะอยากจะบอกให้รู้ว่า ของอะไรที่ท่านผู้มีจิตบริสุทธิ์มีธรรมสูงอธิษฐานใส่พลังลงไป ย่อมเป็นของศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งเมื่อของสิ่งนั้นหรือวัตถุนั้นบรรจุไปด้วยภาพด้วยเรื่องราว ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ด้วยแล้ว ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ในรูปแบบอะไร นั่นแหละของศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่สังข์ สังกิจโจ เคยได้กล่าวกำชับลูกศิษย์และผู้ที่มากราบนมัสการว่า

“นี่รูปพระเจ้าแผ่นดิน เก็บดีๆ เอาไว้ในห้องพระ กราบไหว้บูชา พระพุทธเจ้านะนั่น”