ข่าวทั่วไป

เขียนเมื่อ : วันอังคาร ที่ 10 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2564 | อ่านแล้ว : 2,746 ครั้ง

4 วิธี “ขยับร่างกาย-บริหารปอด” ในผู้สูงอายุ สร้างภูมิคุ้มกัน-ลดเสี่ยงการรับเชื้อ


นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุถือเป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว และมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ หากติดเชื้อแล้วอาจทำให้มีอาการอย่างรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ผู้สูงอายุจำเป็นต้องอยู่บ้านและควรขยับร่างกาย เคลื่อนไหวร่างกาย เป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว เพราะหากมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ น้อย หรือมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่ง ๆ นอน ๆ อาจส่งผลต่อเสียต่อการทำงานของหัวใจ ปอด และหลอดเลือด ทำให้เหนื่อยง่าย มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้น

รวมทั้งอัตราการเผาผลาญพลังงานก็จะลดต่ำลง เสี่ยงต่อภาวะอ้วน รวมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อจะลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การลุก-นั่งจากเก้าอี้ การเข้าห้องน้ำ การหยิบจับสิ่งของ ลดน้อยลงตามไปด้วย เสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ยังส่งผลให้ภาวะโรคประจำตัวนั้นรุนแรงขึ้นได้

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ ด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้าน ดังนี้

1. เคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันให้มาก เช่น การทำงานบ้าน การเดิน รดน้ำต้นไม้ ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน เต้นรำ โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 30 นาที
2. บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้แข็งแรง ควบคู่กับการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เช่น ดึงยาง ยกดรัมเบล
3. มีกิจกรรมทางกายแบบผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ และการทรงตัว อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ เช่น เต้นบาสโลบ ฟ้อนรำ รำวง รำไท่จี้ชี่กง กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการฝึกการทรงตัว เพื่อป้องกันการหกล้ม
4. การบริหารปอด โดยฝึกการหายใจเข้าและออกแต่ละครั้งนานประมาณ 5 วินาที เพื่อเป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดของผู้สูงอายุ เพิ่มการขยายตัวของปอด และกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจให้แข็งแรง



ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : prachachat