เขียนเมื่อ : วันอังคาร ที่ 12 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 | อ่านแล้ว : 384 ครั้ง

5 วิตามินที่ผู้สูงอายุไม่ควรพลาด


เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการทานอาหารได้น้อยลงจึงทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน หากขาดวิตามินเหล่านี้มากก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคกระดูกพรุน โลหิตจาง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรทานอาหารดังต่อไปนี้เพื่อเสริมวิตามินต่างๆ ให้ครบถ้วนที่ควรรับประทานอย่าให้ร่างกายขาด

1.วิตามินบี 12
เมื่ออายุมากขึ้นระบบย่อยอาหารจะเริ่มเสื่อมถอยลงทำให้มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารน้อยลง การสร้างเม็ดเลือดแดง ระบบประสาทและสมองจึงช่วยให้ความจำดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันอาการปลายมือปลายเท้า ควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงตัว หากร่างกายขาดวิตามินบี 12 ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางและมีความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม

2.วิตามินดี
วิตามินดีมีความสำคัญต่อกระดูกและยังช่วยดูดซึมแคลเซียมจากทางเดินอาหาร จึงช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด หากขาดวิตามินดีก็ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนหรือโรคกระดูกอ่อน หากหกล้มก็อาจจะทำให้กระดูกแตกร้าวได้ง่าย วิตามินดีจะพบมากในน้ำมันตับปลา นม ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน

3.แคลเซียม
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายจะเริ่มทำลายมวลกระดูกมากกว่าการเสริมสร้าง จึงส่งผลให้กระดูกเปราะบาง แตกหักได้ง่าย ก่อนเข้าวัยทองจึงควรเสริมแคลเซียมเพื่อสร้างมวลกระดูกให้มีความหนาแน่น ซึ่งในวัยทองช่วงอายุ 50 ปี ควรได้รับปริมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน แคลเซียมจะพบมากในนม ถั่วเหลือง งาดำ กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย

4.กรดโฟลิก
หากได้รับโฟเลตต่ำก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้สูงอายุจึงควรได้รับโฟเลตวันละ 400 ไมโครกรัม เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็ง ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลตสูงซึ่งพบมากในผักใบเขียว เช่น ปวยเล้ง คะน้า ผักบุ้ง ฟักทอง อะโวคาโด ส้ม สับปะรด ฝรั่ง ข้าวกล้อง

5.ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กเป็นวิตามินสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดงซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะซีดหรือภาวะโลหิตจาง ควรรับธาตุเหล็กให้ได้วันละ 10 มิลลิกรัม อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจะพบมากใน ปลา สันในหมู เนื้อวัว ตับ กะหล่ำปลี ถั่วเขียว ถั่วแดง งาดำ คะน้า ตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง



ขอบคุณข้อมูลจาก : Health Mthai Team