เขียนเมื่อ : วันพุธ ที่ 17 เดือน มกราคม พ.ศ.2561 | อ่านแล้ว : 438 ครั้ง

อาหารที่ถูกปลอมแปลงมากที่สุด


ทราบหรือไม่ว่า? อาหารบางอย่างที่เรารับประทาน หรือซื้อมารับประทานนั้น แม้จะมีรสชาติอร่อยถูกใจ แต่บางครั้งสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปนั้นก็กลับไม่ใช่สิ่งที่เราคิด เพราะมันเป็นอาหารปลอมนั่นเอง ทุกวันนี้มีอาหารที่ถูกปรุงแต่ง ปลอมแปลง ออกมาขายกันในท้องตลาดมากมายหลายชนิดและอาหาร 15 อย่างต่อไปนี้ เป็นอาหารที่ได้ชื่อว่าถูกทำปลอมกันมากที่สุด ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และจะมีวิธีสังเกตได้อย่างไรว่าอาหารนั้นเป็นอาหารปลอม

1. น้ำมันมะกอก หลายคนคิดว่า แค่ดูฉลากให้ละเอียดรอบคอบก็เพียงพอแล้ว แต่จริงแล้วไม่เพียงพอ เพราะน้ำมันมะกอกจากบางผู้ผลิต อาจผสมน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันพืชเข้าไปด้วยหรือบางครั้งอาจจะทำมาจากวัตถุดิบราคาถูกชนิดอื่นก็เป็นได้ มีการสำรวจพบว่า ร้อยละ 69 ของน้ำมันมะกอก ไม่ได้ผ่านกระบวนการในการทดสอบว่ามีวัตถุดิบที่ตรงตามฉลาก ดังนั้นก่อนซื้อคุณควรจะไปลองชิมก่อนเสมอหรือไม่ก็ต้องเลือกขวดที่ดูว่า ได้รับการออกแบบมาจากถิ่นที่ผลิตหรือเป็นสินค้าเฉพาะถิ่นนั้นจริงๆ และจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

2. น้ำผึ้ง เรามักจะเห็นน้ำผึ้งถูกบรรจุอยู่ในขวดสวยน่ารักขายกันมากมายไปหมด ถ้ามองผ่านก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่น่าสงสัย แต่น้ำผึ้งส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาด อาจไม่ใช่น้ำผึ้งแท้อาจเป็นเพียงน้ำตาลที่ทำมาจากหัวบีทหรืออาจเป็นน้ำเชื่อมจากน้ำตาลฟรุ๊กโตส ซึ่งมีราคาถูกการเลือกซื้อน้ำผึ้งของแท้ ควรสังเกตส่วนผสมที่ฉลากให้ดี หากไม่มีฉลาก ควรสังเกตให้ดีพร้อมกับลองดมกลิ่นด้วย

3. ปลา ฟังดูเป็นเรื่องน่าตกใจ ว่าแม้แต่ปลาก็มีของปลอมด้วยหรือแต่ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ปลาที่มีราคาถูกมักจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเป็นปลาราคาแพง ปลาหายาก อย่างเช่น ปลาหิมะหรือปลาทูน่าขาว ก็อาจจะเป็นของปลอมได้ มีการสุ่มตัวอย่างทดสอบจากร้านอาหารในนิวยอร์ค พบว่าปลาที่ลูกค้าต้องจ่ายในราคาแสนแพงนั้น บ่อยครั้งไม่ได้ทำมาจากเนื้อปลาหายากอย่างที่ลูกค้าเข้าใจ แต่เป็นปลาชนิดอื่นที่ไม่ได้มีราคาแพงขนาดนั้น

4. หอยเชลล์ เป็นอาหารทะเลอีกชนิดหนึ่งที่มีการปลอมกันมาก บางครั้งสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปนั้นก็ไม่ใช้หอยเชลล์ แต่กลับกลายเป็นปลากระเบนหรือฉลามแทน ข้อมูลเกี่ยวกับหอยเชลล์มีให้ศึกษากันมากมายบนอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะลงทุนสั่งเมนูนี้มารับประทาน ลองเข้าไปหาข้อมูลเปรียบเทียบของจริงกับของปลอมและร้านที่ไว้ใจได้เพื่อให้แน่ใจเสียก่อนจะดีกว่า

5. น้ำส้มสายชูบัลซามิค โดยปกติแล้วน้ำส้มสายชูชนิดนี้จะต้องผ่านการบ่มเป็นเวลาหลายปี เช่นเดียวกับไวน์ แต่ด้วยความที่มันได้รับความนิยมมากขึ้น จึงทำให้มีการลดทอนขั้นตอนการผลิตลงและบางครั้ง ก็ยังมีของปลอมมาหลอกล่อเราอีกด้วย ดังนั้นในการเลือกซื้ออย่าดูแค่ฉลากว่ามันเป็นน้ำส้มสายชูบัลซามิคเท่านั้น แต่ให้เลือกขวดที่มีคำว่า “grape must” , “aged grape must” ซึ่งจะเป็นการรับประกันว่าผ่านการบ่มมาอย่างน้อย 12 ปี นอกจากนี้ให้เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีการใส่น้ำตาลและสีคาราเมลลงไปด้วย

6. หญ้าฝรั่น นับเป็นเครื่องเทศที่มีราคาแพงที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปราคาของมันจะอยู่ที่ 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อหญ้าฝรั่นหนัก 1 ปอนด์ แต่จากรายงานพบว่าปัจจุบันมีการนำเอาดอกไม้แห้งหรือหัวหอมแห้ง มาปลอมแปลงให้เหมือนกับเครื่องเทศราคาแพงชนิดนี้ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อให้เลือกแบบทั้งดอก เพราะจะปลอมแปลงได้ยาก

7. วานิลลา เป็นเครื่องเทศที่มีราคาแพงมากอีกชนิดหนึ่ง กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านกระบวนการทางธรรมชาติหลายขั้นตอน จึงทำให้วนิลานั้นมีราคาแพงและมีการปลอมแปลงกันออกมามาก การทดสอบว่าเป็นวานิลลาแท้หรือไม่นั้นก็ต้องทดสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ่งไม่พบในของปลอมแต่ในชีวิตประจำวันเราไม่สามารถทดสอบเช่นนั้นได้ตลอด ดังนั้นคำแนะนำในการเลือกซื้อก็คือ ให้ดูส่วนผสม หากพบว่ามีการเพิ่มน้ำตาลหรือฟลุ๊กโตส ก็ไม่ควรซื้อ

8. กาแฟ ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันนี้ สามารถจะเป็นแป้งสีน้ำตาลอะไรก็ได้ เมื่อชงออกมาให้เราดื่มแล้วก็เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าที่เราดื่มเข้าไปนั้นเป็นอะไร ดังนั้นหากต้องการดื่มกาแฟแท้และมีเวลามากพอ ก็จะเป็นการดีกว่าที่จะหาซื้อเมล็ดกาแฟมาทำเองหรือเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

9. อบเชย มีการสำรวจพบว่า อบเชยที่ขายกันมากมายในอเมริกานั้นไม่ใช่อบเชย (cinnamon) แต่เป็นอบเชยจีน (cassia) โดยอบเชยจีนส่วนใหญ่จะปลูกกันในเวียดนามและจีน วิธีสังเกตุความแตกต่างก็คือ อบเชยจีนจะมีกลิ่นฉุนกว่า แท่งใหญ่กว่าในขณะที่อบเชย (ซินนามอน) กลิ่นจะออกมาในแนวของอโรม่าหอมๆ และที่แย่ก็คือกาแฟใส่อบเชยที่เราดื่มๆ กันอยู่นั้น มักจะเป็นอบเชยจีนเสียอีกด้วย

10. พริกไทยดำ ก็มีของปลอมไม่ต่างจากซินนามอนเช่นกัน จากการสำรวจพบว่า สิ่งที่นำมาทำพริกไทยดำปลอมก็มักจะเป็นพวกเมล็ดมะละกอ จูนิเปอร์เบอรี่และเศษแกลบ ดังนั้นการเลือกไม่ควรดูแค่สี แต่ต้องชิมรสและดมกลิ่นด้วย

11. คาเวียร์ ทุกวันนี้มีคาเวียร์ปลอมออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก ครั้งหนึ่งของปลอมนี้เคยระบาดหนักถึงขั้นขึ้นไปเสิร์ฟเป็นอาหารสำหรับผู้โดยสารชั้น 1 และวางจำหน่ายกันในสนามบิน แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากของปลอมเหล่านั้น อย่างไรก็ตามในการเลือกซื้อมีคำแนะนำว่า คาร์เวียร์คุณภาพดี มักจะมาจากรัฐเคนตั๊กกี้ของสหรัฐอเมริกา

12. นม เคยมีข่าวใหญ่ในปี 2008 ว่าทารกในจีนดื่มนมปลอมกันจนมีอาการเจ็บป่วยนับหมื่นคนในจำนวนนั้นมีทารกเสียชีวิตอีก 6 คน เพราะนมปลอมนั้นมีส่วนผสมของเมลามีน ผงซักฟอกและไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ ดังนั้นการในซื้อนมผง ต้องรอบคอบพิจารณาส่วนผสมและผู้ผลิตให้ดีด้วย

13. น้ำผลไม้ แม้ว่าน้ำผลไม้จะถูกจัดว่าเป็นยอดอาหารที่มีคุณค่า แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีการตรวจพบว่าน้ำผลไม้จำนวนมาก ไม่ได้ทำงานจากผลไม้จริงเป็นแค่การใช้สีและสารปรุงแต่งให้มีกลิ่นและรสใกล้เคียงกับผลไม้เท่านั้น

14. เนื้อสัตว์ ที่เรารับประทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ใช้สัตว์ชนิดที่เราคาดคิดไว้ ทั้งสตูเนื้อ เบอร์เกอร์หรืออาหารอื่นๆ ที่บอกว่าเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว บางครั้งก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น อาจจะเป็นเนื้อสัตว์อื่นอย่างเช่นเนื้อม้า เนื้อลาก็ได้ ดังนั้นในการเลือกซื้อ เราจึงควรเลือกแหล่งผลิตหรือผู้ขายที่ไว้ใจได้เท่านั้น

15. ไวน์ แน่นอนว่าไวน์ปลอมนั้นมีขายกันให้เกลื่อนไปหมด มีการสำรวจพบว่า ร้อยละ 5 ของไวน์ที่ขายกันในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นไวน์ปลอม และไวน์ปลอมนี้ก็สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจเป็นจำนวนเงินถึง 250 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ การหลีกเลี่ยงไวน์ปลอมนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นนักดื่มไวน์หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้เท่านั้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bon Appetit.com