เขียนเมื่อ : วันศุกร์ ที่ 15 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 | อ่านแล้ว : 247 ครั้ง


สารพัดประโยชน์จากความขมของ “สะเดา”






สะเดา มีชื่อภาษาอังกฤษว่า neem เป็นผักพื้นบ้านที่มีรสชาติขม ซึ่งคนนิยมนำมาทานกับปลาดุกย่าง ปลาทูทอด กุ้งเผา ก็จะช่วยลดขมความลงไปได้ สะเดาอุดมแคลเซียมสูงมาก ยอดสะเดา ต่อ 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียม 354 มิลลิกรัม แม้สะเดาจะมีรสขมแต่ก็มีประโยชน์และสรรคุณทางยามากมาย

รักษาโรคเหงือกและฟัน
สะเดามีคุณสมบัติช่วยยับยั้งกำจัดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดในช่องปาก ช่วยลดอาการเหงือกอักเสบรักษาโรครำมะนาด โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก ลดอาการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทั้งยังช่วยลดคราบหินปูนที่สะสมมานานได้อีกด้วย

รักษาโรคไขข้อ
เปลือกสะเดาเป็นส่วนที่นำมาใช้เป็นยารักษาโรคไขข้อได้ โดยนำเปลือกสะเดาฝนกับน้ำ แล้วใช้ทาบริเวณที่ปวดข้อหรือจะนำใบสะเดามาต้มดื่มเพื่อรักษาโรคปวดข้อรูมาตอยด์ก็ได้ เพียงใช้ใบสะเดา 1 กำมือ ต้มน้ำร้อนแล้วดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

ช่วยย่อยอาหาร
ใบสะเดามีรสขมฝาด จึงช่วยขับน้ำย่อยอาหารทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้นและยังช่วยบำรุงน้ำดีซึ่งมีฤทธิ์ในการย่อยอาหารประเภทไขมันได้ดี ทำให้อาหารพวกไขมันถูกย่อยมากขึ้น ใครที่มีอาการเบื่ออาหารให้ลองเมนูสะเดาลวกกับน้ำปลาหวานรับรองเจริญอาหารแน่นอน

ต้านมะเร็ง
สะเดามีสารพอลิแซ็กคาไรด์และสารลิโมนอยด์ ที่พบในเปลือก ใบและผลสะเดา มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งโดยไม่ก่อผลข้างเคียงและยังมีสารนิมโบลิดีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันโรคมะเร็ง

แผลจากรองเท้ากัด
สะเดามีฤทธิ์ในการต้านอาการอักเสบและยังช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย ใช้ใบสะเดานำมาผสมกับผงขมิ้นใส่น้ำต้มสุกผสมจนเข้ากัน แล้วทาที่แผลจะช่วยให้แผลแห้งหายเร็วขึ้น



ขอบคุณข้อมูลจาก : Health Mthai Team