เขียนเมื่อ : วันอังคาร ที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 | อ่านแล้ว : 125 ครั้ง


ปรับไลฟ์สไตล์ลดเสี่ยง "มะเร็ง"






ผู้หญิงใส่ใจเช็กมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมเกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในต่อมน้ำนมหรือท่อน้ำนม แม้จะไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การกินยาคุมกำเนิดหรือกินยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือน, เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุน้อย, อายุมากกว่า 35 ปี, ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปีได้รับการฉายแสงที่ทรวงอก, หมดประจำเดือนเมื่ออายุมาก, มีญาติเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่วัยก่อนหมดประจำเดือน, ภาวะอ้วนและสูบบุหรี่ การปฏิบัติตัวที่ป้องกันมะเร็งเต้านมได้ดีที่สุดคือ
- ตรวจเต้านมด้วยตนเอง เดือนละ 1 ครั้ง หลังหมดประจำเดือน ประมาณ 1 สัปดาห์
- ตรวจเต้านมโดยแพทย์ปีละครั้ง
- ตรวจเต้านมโดยแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ปีละ 1 ครั้ง เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี


ผู้ชายระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมลูกหมากแม้ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะฉะนั้นการป้องกันที่คุณผู้ชายสามารถทำได้ คือ
- ทานผักผลไม้และธัญพืชที่มีสารอาหารช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่ สารไลโคปีน เช่น มะเขือเทศ สารซัลโฟราเฟน เช่น บรอกโคลี สารฟลาโวนอยด์และสารไอโซฟลาโวน เช่น ถั่วเหลือง
- ตรวจวัดระดับ PSA (Prostate Specific Antigen) หากค่าสูงเกินมาตรฐานอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้และอาจต้องตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติมตามความเห็นของแพทย์


เลือกทานห่างมะเร็งลำไส้
มะเร็งลำไส้พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของคนไทย อาจเพราะคนนิยมทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ เพราะฉะนั้นควรดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งลำไส้ด้วยการ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ผ่านการแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม ของหมักดอง และไม่ควรรับประทานเกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์
- เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ทุก 5 - 10 ปี ควรได้รับการตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนต้นและส่วนล่าง โดยใช้การส่องกล้อง (Colonoscopy)


เพราะการป้องกันโรคมะเร็งที่ดีที่สุดคือการลดทุกความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค เนื่องในวัน World Cancer Day 2018 อยากให้ทุกคนตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลจิตใจให้แข็งแรง ที่สำคัญหากรู้ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือช่วงอายุที่ควรเข้ารับการตรวจอย่านิ่งนอนใจ ควรตรวจเช็กโดยละเอียด เพราะหากเกิดความผิดปกติจะได้ทำการรักษาได้ทันทีและมีโอกาสรักษาหายได้ในเร็ววัน ทำให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง